เริ่มต้นก่อนการเล่นหุ้น (การออม)
การออมเงิน เป็นการเก็บเงินวิธีหนึ่งที่ง่ายและสะดวก นอกจากช่วยให้เรามีเงินสำรองในการดำรงชีวิตแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถมีเงินไปต่อยอดให้งอกเงยได้อีกทั้งจากการลงทุน(เล่นหุ้น) และ การทำธุรกิจ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการทำให้เงินงอกเงยเป็นทวีคูณ
ความล้มเหลวของนักเล่นหุ้น
ปกติพอนึกถึงการเล่นหุ้นคนส่วนใหญ่ที่พบมักจะมีคำถามต่างๆมากมายซึ่งล้วนเป็นคำถามโลกแตก ที่คนไม่เคยเล่นหุ้นชอบถามกันมักจะเป็นแบบนี้
- ต้องใช้เงินมากมั้ย ใช้เงินประมาณเท่าไหร่
- มีวิธีเปิดบัญชีอย่างไร เปิดที่ไหนดี
- มีวิธีเล่นยังไงให้ประสบความสำเร็จ
แต่จากประสบการณ์จริงแล้วคำถามมักจะเป็นแบบนี้ซะมากกว่า
- หุ้น AAA ตัวนี้ซื้อดีมั้ยได้ข่าวว่ามันจะขึ้น
- ตัวนี้โบรกที่หลักทรัพย์นี้แนะนำมา ซื้อตัวนี้ดีกว่า
- เว็บพื้นสีน้ำเงินๆ บอกตัวนี้ดีซื้อดีกว่า
- ก็แค่ซื้อหุ้นแล้วก็ถือตัวนี้ไปยาวๆ แค่นั้นแหละไม่เห็นจะยากตรงไหนเลย
- มีหุ้นตัวไหนดีๆ แนะนำหน่อยสิ เอาแบบถือแล้วขึ้นแรงๆเลยนะ
- คนอื่นซื้อกัน ซื้อตามดีกว่า
จริงๆมีอีกเยอะ แต่กลัวจะเบื่อไปซะก่อนเอาแค่นี้ก่อนละกัน
นี่เป็นปัญหาระดับชาติที่คนส่วนใหญ่พบเจอกันซึ่งก็ให้ประสบความล้มเหลวกันไป บางคนโทษนู่นโทษนี่ตามเวรตามกรรมตามมีตามเกิด นอกจากนี้สิ่งที่ผมพบเจอมากที่สุดในการเล่นหุ้นก็คือ การนำเงินเก็บทั้งหมดที่มาลงทุนในหุ้นทั้งหมด โดยคิดว่าจะได้กำไรจากการเล่นหุ้นมหาศาล ซึ่งความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ผิดพลาดของคนเล่นหุ้นมากที่สุดคือ
- การเล่นหุ้นโดยไม่มีการวางแผนล่วงหน้า
- การตัดสินใจโดยไม่มีเหตุผลไตร่ตรอง
- ความโลภ ขาดสติต่างๆ
ปกติตลาดหุ้น ที่นักลงทุน หรือ คนเล่นหุ้นเห็นจะเป็นแบบนี้
แต่คนที่หวังว่าการเล่นหุ้นจะรวยเร็ว รวยทางลัด ตลาดหุ้นที่เขาเห็นจะเป็นแบบนี้
เอาจริงๆ เราเริ่มออกทะเลไปไกลแล้วเข้าเรื่องเลยละกัน
เริ่มต้นด้วยการออม
สิ่งสำคัญในการเริ่มต้นเล่นหุ้นจริงๆ คือ การออมเงิน ผู้อ่านที่เข้ามาอ่านอาจจะสงสัยว่านี่เรามาคุยเรื่องหุ้น แล้วเรามาเริ่มคุยเรื่องการออมยังไง เริ่มคุยเรื่องหุ้นไม่ดีกว่าหรือ
คำตอบคือ การออมเป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุน ถ้าคุณไม่มีเงินออม คุณจะไม่มีเงินมาลงทุนเล่นหุ้นอะไรได้เลย ยกเว้นว่าคุณจะมีเงินเย็น (เงินเก็บที่คุณมั่นใจว่าไม่จำเป็นต้องใช้แน่ๆไม่เกี่ยวกับการเอาเงินไปใส่ตู้เย็นแต่ประการใด) อยู่แล้วนอกจากนี้ การออมเป็นการสร้างระเบียบวินัยในการใช้เงิน ซึ่งจำเป็นอย่างมากในการลงทุนต่างๆถ้าคุณไม่มีระเบียบวินัยแม้ว่าจะทำอะไรก็ตามคุณก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้
แล้วเริ่มต้นเท่าไหร่ดี
แล้วคำถามคือ ควรจะออมเงินประมาณเท่าไหร่ดี ขอบอกไว้ก่อนว่า แต่ละคนนั้นมีระดับการออมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ เงินเดือนที่ได้ สภาพหนี้สินที่มี และ เป้าหมายในการออม ขั้นตอนพื้นฐานในการออมหลักก็จะมี
- การจดบันทึกรายรับรายจ่าย เป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายในแต่ละวันว่าเราใช้เงินไปกับอะไรบ้างในแต่ละวัน การจดบันทึกช่วยให้เรารู้ว่าเราใช้จ่ายในแต่ละวันไปกับอะไรบ้าง ซึ่งมีประโยชน์ในการช่วยคำนวนรายจ่ายในแต่ละวันแต่ละเดือน การจดบันทึกรายรับรายจ่ายช่วนให้เรารื้อฟื้นความจำ สามารถควบคุมการใช้จ่ายของเราได้ เหมาะสำหรับทุกๆคนโดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจครัวเรือน ผู้คนที่อยากทราบรายจ่ายแต่ละวัน แต่ข้อเสียคือ คนส่วนใหญ่มักจะขึ้เกียจจดกัน(รวมถึงคนเขียนด้วย)
- การออมเงินล่วงหน้า วิธีนี้อาจจะดูแปลกๆ ไปซักหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าได้ผล นั่นคือการเก็บเงินก่อนที่จะนำเงินไปใช้จ่าย โดยปกติถ้าเราได้เงินมาส่วนใหญ่จะเป็นแบบข้างล่างนี่ รายได้ ⇒⇒⇒⇒ รายจ่ายใช้เงินต่างๆ ⇒⇒⇒⇒ เงินเก็บและเงินออม แต่ว่าเราจะทำแบบนี้แทน รายได้ ⇒⇒⇒⇒ เงินเก็บและเงินออม ⇒⇒⇒⇒ รายจ่ายใช้เงินต่างๆ คำถามคือทำไมถึงต้องใช้วิธีนี้ ?? จากประสบการณ์ที่พบเจอมา เห็นว่า การเก็บเงินแบบวิธีแรก มักจะไม่มีเงินเก็บ หรือมีเก็บในอัตราที่ต่ำ เนื่องจากพฤติกรรมความเคยชินการใช้เงินของคนส่วนใหญ่ ที่มักจะเก็บเงินกันไม่ค่อยอยู่ ดังนั้น การที่เราเก็บเงินก่อนทันที แล้วนำเงินที่เหลือไปใช้จ่าย จึงเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าว แล้วเก็บเงินเท่าไหร่ดี?? คำตอบนี้ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนมีรายรับเท่าไหร่เพราะแต่ละคนมีรายรับที่ไม่เท่ากัน แต่ละคนจึงมีปริมาณการเก็บเงินที่ไม่เท่ากัน รายรับน้อยก็มีการเก็บเงินน้อย รายรับมากก็มีการเก็บเงินที่มาก แต่สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรเก็บเงินมากเกินไปจนทำให้เกิดผลกระทบในชีวิตประจำวัน เช่นเก็บเงินจนไม่มีเงินกินข้าวเป็นต้น แต่ถ้าถามตัวเองยังไม่รู้ว่า ควรเก็บเงินเท่าไหร่ดี ผมแนะนำให้เก็บเงินร้อยละ 10 ถึงร้อยละ 20 ของรายได้ก่อนเช่น ถ้าคุณมีรายได้ต่อเดือน 10,000 บาท ก็ควรจะเก็บเงิน ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 บาท เป็นต้น
- ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น วิธีนี้ดูเหมือนง่ายแต่จริงๆแล้วทำยาก เพราะ เป็นการควบคุมพฤติกรรมของเราเอง ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ บางทีคุณอาจจะเห็น สิ่งของที่กระตุ้นความอยากซื้อมากๆ เช่น โทรศัพท์ ของใช้ต่างๆ รถยนต์ อุปกรณ์คอม เครื่องสำอาง ฯลฯ ซึ่งเราต้องถามตัวเองในใจก่อนว่า ควรจะซื้อจริงหรือไม่ แต่ถ้าสิ่งของนั้นเป็นเป้าหมายในการเก็บเงินของคุณ เช่นเก็บเงินไปซื้อคอมหรือเครื่องสำอาง อันนี้ไม่ถือว่าผิดเพราะ เป็นเป้าหมายในการออมเงินเพื่อซื้อ อันที่จริง การเก็บเงินควรจะเก็บเงิน ตามทฤษฎีแล้วควรจะทำตามระบบไปตลอดแต่จากประสบการณ์แล้ว เราเป็นคนไม่ใช่หุ่นยนต์ คนเราทุกคนย่อมมีสิ่งที่อยากได้อยากมีอยู่แล้ว ดังนั้นการจ่ายเงินเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการจึงไม่ใช่เรื่องผิด วิธีดังกล่าวเปรียบเสมือนการให้รางวัลแก่ตัวเองวิธีหนึ่ง ซึ่งช่วยให้เรามีกำลังใจในการออมมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เรารู้คุณค่าของสิ่งของที่ได้มา นั้นมีค่าแค่ไหน เป็นการลดความฟุ่มเฟือยของเราทางอ้อมได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
จากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นวิธีการเก็บเงินที่เข้าใจง่ายและเป็นจุดเริ่มต้นของการมีรายได้เสริม การลงทุน และมีเงินเก็บไว้ใช้ในเกษียณ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การเก็บเงิน ควรจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้หรือตอนที่อายุยังน้อยอยู่ เพราะยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วขึ้นเท่านั้นไม่แน่บางทีเวลาผ่านไป คุณอาจจะพบว่าเงินที่คุณเก็บอาจจะมีจำนวนเป็นแสนหรือมากกว่านั้นก็ได้ใครจะไปรู้
แต่การออมเงินอย่างเดียวโดยไม่ลงทุนเลยก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง ครั้งหน้าเราจะมาบอกว่า
ทำไมการเก็บเงินอย่างเดียวโดยไม่ทำอะไรกับมันเลยเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง และมีวิธีการเริ่มต้นในการเล่นหุ้นอย่างไรบ้าง สัปดาห์หน้าอย่าพลาดชม



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น