จุดเริ่มต้นการเขียน (เรามาทำอะไรที่นี่)
นับตั้งแต่เกิดมา 20 กว่าปีแล้ว เริ่มต้นจากการเกิด เข้าโรงเรียน เข้ามหาวิทยาลัย ชีวิตดูค่อนข้างจะธรรมดา มีงานประจำที่มั่นคง มีกินมีใช้ อยากทำอะไรก็ทำ ชีวิตไม่ขัดสน ตื่นเช้าแต่งตัวไปทำงาน ตอกบัตรตรงเวลา 8โมงครึ่ง ทำงานถึง 11 โมง ก็ต้องรีบลงไปซื้อข้าวกินข้างล่าง เพราะกลัวว่าถ้าไปกินตอนเที่ยงคนจะเยอะหาที่กินไม่ได้ บางวันงานเยอะทำงานจนเที่ยง เดือนร้อนเพื่อนร่วมงานต้องชวนกินข้าวเที่ยง อาหารเที่ยงก็อาหารตามสั่ง ไม่ก็ร้านขายข้างแกงใกล้ๆ รีบๆ หน่อยก็ไปซื้อที่เซเว่นเอาสะดวกดี
พอกินเสร็จก็ทำงาน(บางทีก็พูดคุยกับเพื่อน เม้าท์มอยตามประสาคนวัยทำงาน)
พอตกเย็นก็กลับบ้านที่ไหนได้ เจ้านายสั่งมีงานด่วนต้องการวันนี้อีก เวรกรรม.......ตั้งนานไม่สั่ง แทนที่จะได้กลับบ้านก็ไม่ได้กลับ ทำงานประหนึ่ง OT ก็ไม่ปาน กว่าจะได้กลับก็ทุ่มสองทุ่ม หรืออาจนานกว่านั้น พอจะกลับเวรกรรมรถเสือกติดอีก นี่มันแยกแครายสาขา 2 เหรอวะ กว่าจะถึงบ้านก็อืมมมม นะ ถึงบ้านปุ๊บก็อาบน้ำแปรงฟัน ตั้งใจว่าจะนอนพรุ่งนี้ไปทำงาน เอ๊ะ Line เด้งเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาลัยชวนคุย คุยเสร็จว่างๆ เปิดดู Facebook มามีเรื่องน่าสนใจ ก็เข้าไปดู ดูไปดูมา อ้าวเที่ยงคืนแล้วรีบนอนดีกว่า เดี๋ยวตื่นสาย เจ้านายด่าตัดเงินเดือน ทุกวันชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ บางคนอยากให้ถึงวันหยุดเร็วๆ บางคนโชคดีหน่อยได้ทำงานที่ชอบ ก็แทบจะไม่อยากให้ถึงวันหยุด อยากทำในสิ่งที่ตัวเองรักไปเรื่อยๆ
พอวันเงินเดือนออก แต่ละคนก็ได้เงินไปใช้ในรูปแบบแตกต่างกันไป บางคนเอาไปใช้หนี้ทั้งจากตัวเองหรือทางบ้าน บางคนเอาไปซื้อของที่ตัวเองอยากได้ บางคนก็อาจจะเอาไปฝากธนาคารออมเงินในรูปแบบต่างๆ บางคนเก็บเงินไปลงทุนทำธุรกิจในฝัน บางคนก็เอาไปให้พ่อแม่ บางคนสายเปย์ แต่ละคนมีเป้าหมายการกระทำไม่เหมือนกัน ตามแต่เฉพาะของบุคคล
แต่เวลาผ่านไป อายุเริ่มมากขึ้น ภาระเริ่มมากขึ้น ทั้งจากทางบ้าน หนี้สินต่างๆ ค่าเช่าหรือผ่อนบ้านค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถ ค่าบัตรเครดิต ค่าเลี้ยงลูก (บางคนไม่มีค่าเลี้ยงลูก มีแต่ค่าเลี้ยงนกแทน จีบใครไม่ติดนกตลอด เลี้ยงจนจะแข่งกับสวนนกชัยนาทได้แล้ว) ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่มากขึ้น บางคนมีวินัยในการออมดี ย่อมไม่มีปัญหาแต่บางคนไม่ได้สร้างวินัยในการออมเงินแต่แรก เกิดปัญหาไม่มีเงินใช้ในวันเกษียณ บางคนมีปัญหาทั้งที่ตัวเองยังไม่เกษียณด้วยซ้ำ รายจ่ายเป็นเดือนชนเดือน ไปกู้เงินตรงนั้นมาใช้หนี้ตรงนี้ ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เป็นวงจรที่ไม่มีวันจบสิ้น
แล้วเกี่ยวอะไรกับหุ้น
ที่อ่านมาข้างต้นนั้นเป็นเรื่องสมมติ ไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับผู้เขียนแต่อย่างใด อ้าว อ่านมาตั้งนานเสียเวลาชิป เขียนเพื่อ!!!! อ๋อ คือที่เขียนนี่คือเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่บางคนเคยเจอมา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตัวผมก็เจอ คนส่วนใหญ่รอบๆตัวก็จะเป็นแบบนี้ ซะส่วนใหญ่ นับตั่งแต่ผมเรียนจบ ผมก็สมัครงานในที่ต่างๆ ในตำแหน่งที่ตัวเองต้องการจะเรียนรู้ในสายงาน แต่อนิจจา ไม่มีใครรับเลย!!!!!! ทั้งเกรดที่ห่วย ลามไปถึงบุคลิกที่ไม่ดี ชีวิตช่างบัดซบอะไรขนาดนั้น
แต่เนื่องด้วยตัวเองศึกษาเรื่องหุ้น ตั้งแต่อยู่ในช่วงกำลังศึกษามหาวิทยาลัย ก็ยังมีเงินพอประทังชีวิตไปได้บ้าง อ้อพูดถึง ในมหาวิทยาลัยเพื่อนๆ ที่รู้จัก เล่นหุ้นกันจริงจังทั้งนั้น บางคนได้กำไรจำนวนมาก บางคนขาดทุนยับ นอกจากนี้พอเข้าไปดูคนที่เล่นหุ้น บางคนมีจุดประสงค์ต่างๆกัน บางคนอยากรวย บางคนอยากมีเงินเก็บ บางคนต้องการมีชื่อเสียง บลาๆ แต่จากที่สังเกต พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จจริงๆ มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ส่วนใหญ่ขาดทุนยับ ผิดพลาดมหาศาล จากนั้นก็โทษนู่นโทษนี่ โทษดวง โทษคนให้ข้อมูลข่าวสาร โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง (เวรกรรม......) ปัญหาดังกล่่าวเกิดจากการคิดว่า การเล่นหุ้นนั้น ทำให้รวยเร็ว ง่าย สะดวก ซึ่งในความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย การเล่นหุ้นที่ดีต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ มีวินัย และ การเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน เพราะฉะนั้นการจะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
หลังจากที่สอบ Single License ไม่ผ่านเป็นครั้งที่ 89 ผมก็พร้อมที่จะเขียนแนวทางการเล่นหุ้นของตัวผม ซึ่งผม ไม่ได้ร่ำรวยอะไร พอร์ดเท่ามด ปัจจุบันยังตกงานอยู่ และ พร้อมจะเจ๊งได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้น Blog นี้จึงไม่ใช่ Blog ที่บอกว่าหุ้นตัวไหนดี หุ้นตัวไหนทำให้รวย และไม่ใช่ Blog ที่จะบอกว่า ทำแบบนี้แล้วจะรวยได้เพราะตัวชี้วัดว่า จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวขึ้นอยู่กับตัวคุณเองเท่านั้น และแต่ละคนมีความถนัดในรูปแบบที่ต่างกัน ผมจึงไม่สามารถบอกได้ว่าแบบไหนที่ดีกว่า โอเคขอตัดจบแบบละครไทย!!!!
ปล . พอดีเป็นมือใหม่เขียนครั้งแรกถ้าหากมีข้อผิดพลาดก็ขออภัย จะได้นำกลับไปแก้ไขแล้วพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น